Search
Back
เกี่ยวกับเรา  
รางวัล  
ข่าวและกิจกรรม  
บริการโอนเงินระหว่างประเทศ  
โปรโมชั่นล่าสุด  
we love bond concert  
CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง  
CIMBweBond Concert  
CIMB THAI App  
CIMB THAI Connect  
บริการแจ้งเตือนผ่าน SMS  
พร้อมเพย์  
บริการเปิดบัญชีด้วยการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID)  
การขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร (dStatement)  
บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) เพื่อทำธรุกรรมออนไลน์กับกรมสรรพากร  
ติดต่อเรา | ศูนย์บริการลูกค้าบุคคล ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (จำกัด)  
สาขาธนาคาร  
ข้อมูลคุณภาพการให้บริการ  
คำมั่นสัญญาการให้บริการลูกค้าธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  
Form Download Center  
You're viewing:
ลูกค้าบุคคล
Other Sites
เกี่ยวกับเรา
การกำกับดูแล
ทีมผู้บริหาร
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวและกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
เงินฝาก
ประกัน
สินเชื่อ
การบริหารความมั่งคั่ง
การลงทุน
logo
TH

 

หากคุณเป็นคนมีรายได้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีทุกปี การเรียนรู้และเตรียมพร้อมเพื่อจัดการด้านภาษี เป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ที่จะช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวไปพร้อมกัน ซึ่งหากคุณต้องการทำความเข้าใจให้มากขึ้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนสำหรับการลดหย่อนภาษี ก็มาลองเรียนรู้ไปพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย

 

Key Takeaway

 

  • กองทุนลดหย่อนภาษีจะช่วยลดเงินได้สุทธิที่ใช้คำนวณภาษี ทำให้ประหยัดภาษีตามฐานภาษีของผู้ลงทุนพร้อมโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท
  • มีตัวเลือกกองทุนทั้ง RMF (เกษียณ) และ Thai ESG ที่เน้นความยั่งยืนและมีเงื่อนไขถือครองสั้นเพียง 5 ปี
  • สิทธิพิเศษ On-top ของ Thai ESG โดดเด่นด้วยวงเงินลดหย่อนแยกต่างหากสูงสุด 300,000 บาท โดยไม่นับรวมกับเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มเกษียณ
  • การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีควรพิจารณาจากเป้าหมายการเงิน ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และตรวจสอบเพดานวงเงินสิทธิ์รวมไม่ให้เกินที่กฎหมายกำหนด
  • กองทุนลดหย่อนภาษีช่วยให้เข้าถึงการลงทุนที่เป็นระบบโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และสามารถกระจายการลงทุนได้หลายกองทุนเพื่อลดความเสี่ยง

 

สารบัญบทความ

 

  • กองทุนลดหย่อนภาษี คืออะไร?
  • กองทุนลดหย่อนภาษีมีกี่ประเภท
  • กองทุนลดหย่อนภาษี RMF SSF และ Thai ESG ต่างกันอย่างไร?
  • ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีมีข้อดีอย่างไรบ้าง?
  • วิธีเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะกับตัวเอง
  • FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษี
  • กองทุนลดหย่อนภาษี เลือกซื้อให้ดีที่สุดพร้อมรับคำปรึกษาจาก CIMB THAI Bank

 

กองทุนลดหย่อนภาษี คืออะไร?

 

กองทุนลดหย่อนภาษี คือกองทุนรวม ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยในการออมเงินและลงทุนในระยะยาว สำหรับสร้างความมั่นคงในอนาคต โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิพิเศษตามจำนวนเงินที่จ่ายไป เพื่อนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการลงทุนในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปี แต่ยังเปิดโอกาสให้เงินออมงอกเงยผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น หรือตราสารหนี้ด้วยในเวลาเดียวกัน

 

สำหรับกองทุนหลักที่คนมักใช้ลดภาษี จะเป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่เน้นการออมเพื่อวัยเกษียณ และกองทุนลดหย่อนภาษีรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ที่เน้นการลงทุนในธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม นอกจากนี้ยังอาจมีทางเลือกใหม่อย่างบัญชี TISA (Thailand Individual Saving Account) ซึ่งเป็นแนวคิดส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวที่อยู่ระหว่างการผลักดัน โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายรูปแบบและสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

กองทุนลดหย่อนภาษีมีกี่ประเภท


 

การเลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณบริหารจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดูแลการเงินในระยะยาวไปได้ด้วยพร้อม ๆ กัน

 

กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)

 

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณโดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขการลงทุนที่ค่อนข้างชัดเจน คือ ต้องถือครองจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปีเต็ม พร้อมสามารถเว้นการลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน โดยคุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี และเมื่อนับรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น PVD, กบข. และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ตอบโจทย์อย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินหลังเกษียณอย่างจริงจัง

 

กองทุน Thai ESG

 

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนเป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ ที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยมีความพิเศษ คือ เป็นวงเงินลดหย่อนที่แยกต่างหากจากวงเงิน 500,000 บาทของกลุ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเกษียณอื่น ๆ ซึ่งคุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท และมีเงื่อนไขว่าต้องถือครองครบ 5 ปีแบบวันชนวัน ถือเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มเติม และต้องการสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน

 

กองทุนลดหย่อนภาษี RMF SSF และ Thai ESG ต่างกันอย่างไร?

 

การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีที่ใช่ ควรพิจารณาจากเป้าหมายการออม และระยะเวลาการถือครอง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับแผนการเงินระยะยาวที่สุด ซึ่งควรเข้าใจความแตกต่างของแต่ละส่วน ดังนี้

 

ประเด็น

RMF

Thai ESG

 

นโยบายลงทุน

หลากหลายสินทรัพย์

ลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน

 

นโยบายจ่ายเงินปันผล

ไม่จ่าย

มีทั้งจ่ายและไม่จ่าย

 

เงื่อนไขถือครอง

มากกว่า 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ และขายเมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป

ถือครอง 5 ปีแบบวันชนวัน

 

วงเงินลดหย่อนภาษี

30% ของรายได้สุทธิ ไม่เกิน 500,000 บาท (เพดานรวมกลุ่มเกษียณไม่เกิน 500,000 บาท)[j][k]

30% ของรายได้สุทธิ ไม่เกิน 300,000 บาท

 

เงื่อนไขการซื้อ

ซื้อต่อเนื่องทุกปี อย่างน้อยปีเว้นปี

ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

 

 

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีมีข้อดีอย่างไรบ้าง?

 

การซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลให้เติบโตได้ดี ด้วยข้อดีในด้านต่าง ๆ เหล่านี้

 

  • ช่วยลดภาระภาษีได้ทันที : เงินที่คุณนำไปซื้อกองทุนสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามฐานภาษีของตนเอง ซึ่งยิ่งฐานภาษีสูงก็ยิ่งประหยัดภาษีได้มาก
 
  • ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน : นอกจากช่วยลดภาระภาษีแล้ว เงินลงทุนยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม จากการบริหารจัดการโดยมืออาชีพในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

 

  • สร้างวินัยการออมและวางแผนเกษียณ : โดยเฉพาะกองทุน RMF ที่บังคับให้ถือครองระยะยาวจนถึงอายุ 55 ปี ช่วยให้คุณมีเงินก้อนสำรองไว้ใช้อย่างเพียงพอในอนาคต
 
  • เข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลาย : คุณสามารถเลือกลงทุนได้ในหลายประเภทสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือทองคำ ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
 
  • มีความยืดหยุ่นในการลงทุน : กองทุนบางประเภทอย่าง Thai ESG ไม่บังคับว่าต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี ทำให้คุณสามารถปรับแผนการเงินได้ ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา
 
  • บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ : ผู้จัดการกองทุนหรือระบบการลงทุนคอยบริหารพอร์ตตามนโยบายของกองทุน

 

วิธีเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะกับตัวเอง


 

วิธีเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีให้ตอบโจทย์ที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ต้องดูที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงถึงแผนการเงินในอนาคต และความสบายใจในการลงทุนควบคู่กันไปพร้อมกับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้

 

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

 

ก่อนเริ่มลงทุนควรตอบตัวเองให้ได้ว่าเป้าหมายหลักคืออะไร เช่น หากต้องการออมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอย่างมั่นคง กองทุน RMF จะเป็นทางเลือกที่ตรงจุดที่สุด แต่ถ้าต้องการออมระยะปานกลาง และให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ยั่งยืน กองทุน Thai ESG จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เป็นต้น

 

ประเมินระดับความเสี่ยงที่รับได้

 

แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงหุ้นต่างประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งผู้ลงทุนควรทำแบบประเมินความเสี่ยง เพื่อเลือกกองทุนที่มีสัดส่วนสินทรัพย์เหมาะสมกับตัวเอง หากรับความผันผวนได้น้อยควรเน้นกองทุนตราสารหนี้ แต่หากต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวและรับความเสี่ยงได้มาก กองทุนหุ้นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด

 

ดูเงื่อนไขการถือครอง

 

ระยะเวลาที่ต้องถือครองเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ โดยกองทุน RMF สำหรับลดหย่อนภาษีมีเงื่อนไขว่าต้องถือจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ขณะที่กองทุน Thai ESG ถือครองครบ 5 ปีแบบวันชนวัน[p][q] ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงกว่าสำหรับผู้ที่ไม่อยากล็อกเงินไว้นานจนเกินไป

 

เช็กวงเงินลดหย่อนภาษีรวม

 

การซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีต้องไม่เกินสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด คือ สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี โดยต้องระมัดระวังเรื่องเพดานรวม 500,000 บาทสำหรับกลุ่มกองทุนเกษียณ เช่น RMF รวมกับ PVD และประกันบำนาญ อย่างไรก็ตามยังมีตัวเลือกกองทุน Thai ESG ที่มีความพิเศษ คือ มีวงเงินลดหย่อนภาษีแยกต่างหากอีก 300,000 บาท ทำให้คุณสามารถบริหารสิทธิ์ลดหย่อนได้เพิ่มขึ้น

 

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานและค่าธรรมเนียมกองทุน

 

ควรศึกษาผลการดำเนินงานย้อนหลัง เพื่อดูความสม่ำเสมอในการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุน แม้ผลงานในอดีตจะไม่การันตีอนาคต แต่ก็ช่วยสะท้อนแนวทางและความสม่ำเสมอในการบริหารกองทุน[r][s] นอกจากนี้ยังต้องเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการจัดการ เพราะค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าจะช่วยให้ผลตอบแทนสุทธิที่คุณได้รับในระยะยาว มีโอกาสสูงขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษี

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีช่วงปลายปีเลยได้ไหม?

 

การทยอยซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีตั้งแต่ช่วงต้นปีหรือกลางปี ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าการซื้อช่วงปลายปี เพราะช่วยให้คุณสามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคา ลดความเร่งรีบ และเพิ่มโอกาสในการเฉลี่ยต้นทุนในช่วงที่ราคาของตลาดมีความเหมาะสม แม้ว่าในความเป็นจริงคุณจะสามารถซื้อสะสมรวดเดียวในช่วงปลายปีได้ แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงที่อาจทำให้เสียโอกาสในการได้ราคาต้นทุนที่ดี รวมถึงยังต้องระวังปัญหาระบบการโอนเงินที่อาจขัดข้องหรือล่าช้า เนื่องจากมักจะมีปริมาณการทำธุรกรรมที่หนาแน่นมากในช่วงวันสุดท้ายของปีอีกด้วย

 

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีหลายกองทุนรวมกันได้ไหม?

สามารถซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีรวมกันได้หลายกองทุนและหลาย บลจ. ตามนโยบายการลงทุนที่สนใจ แต่เงื่อนไขสำคัญ คือ แต่ละประเภทกองทุนมีเพดานต่างกันเช่น RMF ที่รวมอยู่ในกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณ และ Thai ESG ที่มีวงเงินลดหย่อนแยกเพิ่มเติมต่างหาก

 

กองทุนลดหย่อนภาษี เลือกซื้อให้ดีที่สุดพร้อมรับคำปรึกษาจาก CIMB THAI Bank

 

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ว่าจะเป็น RMF หรือ Thai ESG ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการลดหย่อนภาษีโดยเฉพาะ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไข ข้อจำกัด และความแตกต่างของแต่ละตัว ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณเลือกกองทุนสำหรับลดหย่อนภาษี ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในทุกด้าน โดยหากมองหาผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ ให้คำแนะนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีตัวเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะเป็นคำตอบที่ดีให้กับคุณได้อย่างแน่นอน สามารถเปิดบัญชีกองทุนผ่านแอป CIMB THAI (คลิก) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CIMB THAI Care Center หรือโทร 02 626 7777 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารได้ดังต่อไปนี้

 

 

หมายเหตุ

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุนรวมหุ้นกู้หรือพันธบัตรรัฐบาล) เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน 
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับในแต่ละปีโดยละเอียด