วิธีเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีให้ตอบโจทย์ที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ต้องดูที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงถึงแผนการเงินในอนาคต และความสบายใจในการลงทุนควบคู่กันไปพร้อมกับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
ก่อนเริ่มลงทุนควรตอบตัวเองให้ได้ว่าเป้าหมายหลักคืออะไร เช่น หากต้องการออมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอย่างมั่นคง กองทุน RMF จะเป็นทางเลือกที่ตรงจุดที่สุด แต่ถ้าต้องการออมระยะปานกลาง และให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ยั่งยืน กองทุน Thai ESG จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เป็นต้น
ประเมินระดับความเสี่ยงที่รับได้
แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงหุ้นต่างประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งผู้ลงทุนควรทำแบบประเมินความเสี่ยง เพื่อเลือกกองทุนที่มีสัดส่วนสินทรัพย์เหมาะสมกับตัวเอง หากรับความผันผวนได้น้อยควรเน้นกองทุนตราสารหนี้ แต่หากต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวและรับความเสี่ยงได้มาก กองทุนหุ้นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด
ดูเงื่อนไขการถือครอง
ระยะเวลาที่ต้องถือครองเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ โดยกองทุน RMF สำหรับลดหย่อนภาษีมีเงื่อนไขว่าต้องถือจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ขณะที่กองทุน Thai ESG ถือครองครบ 5 ปีแบบวันชนวัน[p][q] ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงกว่าสำหรับผู้ที่ไม่อยากล็อกเงินไว้นานจนเกินไป
เช็กวงเงินลดหย่อนภาษีรวม
การซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีต้องไม่เกินสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด คือ สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี โดยต้องระมัดระวังเรื่องเพดานรวม 500,000 บาทสำหรับกลุ่มกองทุนเกษียณ เช่น RMF รวมกับ PVD และประกันบำนาญ อย่างไรก็ตามยังมีตัวเลือกกองทุน Thai ESG ที่มีความพิเศษ คือ มีวงเงินลดหย่อนภาษีแยกต่างหากอีก 300,000 บาท ทำให้คุณสามารถบริหารสิทธิ์ลดหย่อนได้เพิ่มขึ้น
เปรียบเทียบผลการดำเนินงานและค่าธรรมเนียมกองทุน
ควรศึกษาผลการดำเนินงานย้อนหลัง เพื่อดูความสม่ำเสมอในการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุน แม้ผลงานในอดีตจะไม่การันตีอนาคต แต่ก็ช่วยสะท้อนแนวทางและความสม่ำเสมอในการบริหารกองทุน[r][s] นอกจากนี้ยังต้องเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการจัดการ เพราะค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าจะช่วยให้ผลตอบแทนสุทธิที่คุณได้รับในระยะยาว มีโอกาสสูงขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษี
ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีช่วงปลายปีเลยได้ไหม?
การทยอยซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีตั้งแต่ช่วงต้นปีหรือกลางปี ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าการซื้อช่วงปลายปี เพราะช่วยให้คุณสามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคา ลดความเร่งรีบ และเพิ่มโอกาสในการเฉลี่ยต้นทุนในช่วงที่ราคาของตลาดมีความเหมาะสม แม้ว่าในความเป็นจริงคุณจะสามารถซื้อสะสมรวดเดียวในช่วงปลายปีได้ แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงที่อาจทำให้เสียโอกาสในการได้ราคาต้นทุนที่ดี รวมถึงยังต้องระวังปัญหาระบบการโอนเงินที่อาจขัดข้องหรือล่าช้า เนื่องจากมักจะมีปริมาณการทำธุรกรรมที่หนาแน่นมากในช่วงวันสุดท้ายของปีอีกด้วย
ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีหลายกองทุนรวมกันได้ไหม?
สามารถซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีรวมกันได้หลายกองทุนและหลาย บลจ. ตามนโยบายการลงทุนที่สนใจ แต่เงื่อนไขสำคัญ คือ แต่ละประเภทกองทุนมีเพดานต่างกันเช่น RMF ที่รวมอยู่ในกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณ และ Thai ESG ที่มีวงเงินลดหย่อนแยกเพิ่มเติมต่างหาก
กองทุนลดหย่อนภาษี เลือกซื้อให้ดีที่สุดพร้อมรับคำปรึกษาจาก CIMB THAI Bank
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ว่าจะเป็น RMF หรือ Thai ESG ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการลดหย่อนภาษีโดยเฉพาะ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไข ข้อจำกัด และความแตกต่างของแต่ละตัว ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณเลือกกองทุนสำหรับลดหย่อนภาษี ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในทุกด้าน โดยหากมองหาผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ ให้คำแนะนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีตัวเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะเป็นคำตอบที่ดีให้กับคุณได้อย่างแน่นอน สามารถเปิดบัญชีกองทุนผ่านแอป CIMB THAI (คลิก) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CIMB THAI Care Center หรือโทร 02 626 7777 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารได้ดังต่อไปนี้
หมายเหตุ
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุนรวมหุ้นกู้หรือพันธบัตรรัฐบาล) เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับในแต่ละปีโดยละเอียด