Search
Back
เกี่ยวกับเรา  
รางวัล  
ข่าวและกิจกรรม  
บริการโอนเงินระหว่างประเทศ  
โปรโมชั่นล่าสุด  
we love bond concert  
CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง  
CIMBweBond Concert  
CIMB THAI App  
CIMB THAI Connect  
บริการแจ้งเตือนผ่าน SMS  
พร้อมเพย์  
บริการเปิดบัญชีด้วยการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID)  
การขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร (dStatement)  
บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) เพื่อทำธรุกรรมออนไลน์กับกรมสรรพากร  
ติดต่อเรา  
สาขาธนาคาร  
ข้อมูลคุณภาพการให้บริการ  
คำมั่นสัญญาการให้บริการลูกค้าธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  
Form Download Center  
You're viewing:
ลูกค้าบุคคล
Other Sites
เกี่ยวกับเรา
การกำกับดูแล
ทีมผู้บริหาร
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวและกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
เงินฝาก
บัตร
ประกัน
สินเชื่อ
การบริหารความมั่งคั่ง
การลงทุน
logo
TH

 

ในช่วงต้นปีแบบนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มต้นวางแผนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ แทนที่จะรอให้ถึงช่วงใกล้สิ้นปีแล้วค่อยเร่งตัดสินใจ เพราะการเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้บริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น ลดความกดดันเรื่องเงินก้อน และมีเวลาพิจารณาทางเลือกการลงทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีที่หลายคนมักไปรวมซื้อช่วงปลายปี

 

การทยอยลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือลงทุนตั้งแต่ต้นปีจะช่วยเฉลี่ยต้นทุน ลดความผันผวนของตลาด และกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการทุ่มซื้อครั้งเดียวในช่วงปลายปี ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขอชวนลูกค้าทุกท่านมาทำความรู้จักกองทุนลดหย่อนภาษี 2569 ว่าคืออะไร สามารถจัดการอะไรได้บ้างเพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษีอย่างมั่นใจ และคุ้มค่าสูงสุด

Key Takeaway
 

  • กองทุนลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจในปี 2569 มีอยู่ 4 ตัวเลือกหลักคือ RMF, SSF, Thai ESG และ ThaiESGX ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม

  • ทำความเข้าใจและวางแผนเพดานภาษีให้เหมาะสม โดย RMF+SSF+ออมเพื่อเกษียณรวมกันได้ไม่เกิน 500,000 บาท, Thai ESG แยก 30% ได้ไม่เกิน 300,000 บาท เป็นต้น

  • ติดตามช่วงเวลาและจังหวะสำคัญในการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ต้องซื้อให้ทันวันทำการสุดท้ายของปี และติดตามข้อมูลจากกองทุนต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

  • กองทุนลดหย่อนภาษีสามารถสับเปลี่ยนได้ภายในประเภทเดียวกันเท่านั้น และควรเปลี่ยนเมื่อ นโยบายหรือผลการดำเนินงานไม่ตรงเป้าหมาย

 

สารบัญบทความ

 

  • 4 กองทุนลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจในปี 2569
  • รู้ก่อนซื้อ! เลือกกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้ตอบโจทย์ที่สุด
  • ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเท่านี้ ประหยัดภาษีได้เท่าไร?
  • เคล็ดลับซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีที่ควรรู้
  • FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
  • ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีให้รอบคอบและปลอดภัยที่สุดกับ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
     

4 กองทุนลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจในปี 2569


ปัจจุบันมีกองทุนลดหย่อนภาษีให้เลือกหลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของตนเอง โดยตัวเลือกยอดนิยมดังนี้

 

1. กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ (RMF)

 

กองทุนรวมเพื่อสะสมเงินเกษียณ เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี 2569 ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทอง และกองทุนต่างประเทศ รวมถึงยังแลกสิทธิ์ลดหย่อนได้อย่างต่อเนื่อง วงเงินลดหย่อนสูง  และสามารถขายคืนได้ในช่วงก่อนเกษียณด้วยเช่นกัน

 

  • วงเงินลดหย่อนภาษี : สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเงินออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ เช่น PVD, กบข., กอช. หรือประกันบำนาญ ฯลฯ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  • เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ต้องซื้อทุกปีหรือปีเว้นปี โดยห้ามเว้นการซื้อเกิน 1 ปี (ยกเว้นปีที่ไม่มีเงินได้) และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมถึงขายคืนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เท่านั้น

  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่วางแผนเกษียณจริงจัง มีรายได้สม่ำเสมอ และพร้อมมีวินัยการซื้ออย่างน้อยปีเว้นปีเพื่อใช้วงเงินก้อนใหญ่ให้คุ้มที่สุด

 

2. กองทุนรวม Thai ESG

 

กองทุนรวม Thai ESG เน้นที่การลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ไทย โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มพิเศษแยกจากกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณอย่าง RMF SSF หรือ PVD
 

  • วงเงินลดหย่อนภาษี : สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี และวงเงินแยกจากเพดาน 500,000 บาท ของเงินออมเพื่อเกษียณ

  • เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันซื้อ โดยไม่ได้บังคับซื้อทุกปี
 
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่ต้องการเพิ่มวงเงินลดหย่อน นอกเหนือจากเพดานเงินออมเพื่อเกษียณ และยอมรับความผันผวนของหุ้นไทยในมุม ESG

 

3. กองทุนรวม ThaiESGX

 

กองทุนรวมตัวนี้เป็นตัวเลือกของการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีที่เหมือน Thai ESG แต่เป็นรุ่นพิเศษที่รัฐเคยเปิดขายเมื่อปีภาษี 2568 เพื่อกระตุ้นการลงทุนด้านความยั่งยืน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือ LTF เดิมสามารถโอนหน่วยลงทุนมาเป็น ThaiESGX เพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนแบบทยอยตัด 5 ปี โดย ThaiESGX จะกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2569 แต่วงเงินลดหย่อนจะใช้เกณฑ์เดียวกับ Thai ESG ปกติ

 

  • วงเงินลดหย่อนภาษี : แบ่งเป็น 2 กรณี 
    • กรณีลงทุนใหม่ในปี 2569 : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี โดยเป็นวงเงินรวมกับ Thai ESG ปกติ
    • กรณีโอน LTF ไปเป็น ThaiESGX (สิทธิ์ต่อเนื่องจากปี 2568) : ยังสามารถทยอยใช้สิทธิ์ลดหย่อนต่อได้ตามเงื่อนไขเดิม รวมสูงสุด 500,000 บาท โดยปี 2568 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท และปี 2569 ถึง 2572 ลดหย่อนได้ปีละไม่เกิน 50,000 บาท (ถือเป็นสิทธิ์ทยอยตัด 5 ปี)

 

  • เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี (ทั้งกรณีลงทุนใหม่และกรณีโอนจาก LTF)
 
  • เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่โอน LTF ไว้ตั้งแต่ปี 2568 และกำลังทยอยใช้สิทธิ์ลดหย่อนต่อในปี 2569 รวมถึงผู้ที่ต้องการลงทุนกองทุน ESG พร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ปัจจุบัน

 

4 .กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF)

 

กองทุนออมระยะยาวยืดหยุ่นที่ลงทุนได้หลากหลาย ตั้งแต่หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ ทอง REITs และอื่น ๆ ซึ่งใช้ลดหย่อนในกรอบที่ยาวกว่า RMF และไม่บังคับซื้อทุกปี

 

  • วงเงินลดหย่อนภาษี : สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ทั้ง RMF, SSF, กอช., PVD, กบข. และประกันบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
 
  • เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ และไม่มีเงื่อนไขต้องซื้อทุกปี
 
  • เหมาะกับใคร : ผู้ต้องการทางเลือกออมยาวที่ไม่ต้องมีวินัยหรือซื้อปีเว้นปีแบบ RMF และอยากคุมสภาพคล่องให้อยู่ในกรอบเวลา 10 ปี

 

รู้ก่อนซื้อ! เลือกกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้ตอบโจทย์ที่สุด


 

การเลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีให้ตอบโจทย์ ควรพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
 

  • เลือกกองทุนให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ต้องใช้เงิน และวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการออมเงิน เช่น หากเน้นออมเพื่อเกษียณให้เลือก RMF เป็นต้น

  • ทำความเข้าใจนโยบายลงทุนและระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ เช่น ระยะเวลาถือครอง หรือเงื่อนไขการรับเงินคืน เพื่อให้รับความเสี่ยงของความผันผวนได้ 

  • พิจารณาเรื่องของวงเงินสำหรับลดหย่อนภาษี และวางแผนเพดานเงินลดหย่อนให้คุ้มค่า เพื่อให้ตัดสินใจเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีให้เหมาะสมได้มากที่สุด

  • เปรียบเทียบสถิติย้อนและนโยบายกองทุน การดูผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีอนาคตอย่างชัดเจน ควรตรวจดูแนวโน้มและข้อมูลจาก ก.ล.ต. ก่อนตัดสินใจ

  • ตรวจดูค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ค่าบริหาร การซื้อ หรือการขาย เพราะเป็นสิ่งที่กระทบต่อผลตอบแทนสุทธิในระยะยาว 

 

 

ทั้งนี้ แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อความมั่นใจ เพื่อให้ได้ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีและโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

 

 

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเท่านี้ ประหยัดภาษีได้เท่าไร?


รายได้รวมต่อปี 480,000 บาท (40,000 บาท/เดือน)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 48,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 96,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 144,000 บาท

 

รายได้รวมต่อปี 600,000 บาท (50,000 บาท/เดือน)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 60,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 120,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 180,000 บาท

 

รายได้รวมต่อปี 720,000 บาท (60,000 บาท/เดือน)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 72,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 144,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 216,000 บาท

 

รายได้รวมต่อปี 840,000 บาท (70,000 บาท/เดือน)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 84,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 168,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 252,000 บาท

 

รายได้รวมต่อปี 960,000 บาท (80,000 บาท/เดือน)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 96,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 192,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 288,000 บาท

 

รายได้รวมต่อปี 1,080,000 บาท (90,000 บาท/เดือน)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 108,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 216,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 324,000 บาท

 

รายได้รวมต่อปี 1,200,000 บาท (เดือนละ 100,000 บาท)

 

  • ลงทุน 10% ของรายได้รวมทั้งปี = 120,000 บาท
  • ลงทุน 20% ของรายได้รวมทั้งปี = 240,000 บาท
  • ลงทุน 30% ของรายได้รวมทั้งปี = 360,000 บาท


จำนวนภาษีที่ประหยัดไปได้ คำนวณจากการลงทุนใน RMF และ Thai ESG เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีอื่น ๆ เพิ่มเติม


รายได้รวมทั้งปีคำนวณเฉพาะเงินเดือนเท่านั้น ไม่นับรวมโบนัส หรือเงินพิเศษอื่น ๆ

 

เคล็ดลับซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีที่ควรรู้


การตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีให้ตรงกับความต้องการ ครอบคลุมได้อย่างคุ้มเพดานเงินลดหย่อน และไม่พลาดเงื่อนไขต่าง ๆ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขอแนะนำเคล็ดลับที่มีประโยชน์ต่อไปนี้ให้กับลูกค้า
 

  • จับคู่เป้าหมายกับเงื่อนไขการถือครอง เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจน : RMF ต้องถืออย่างน้อย 5 ปีและขายได้เมื่ออายุ 55 ขึ้นไป, SSF ต้องถือครอง 10 ปี, Thai ESG/ThaiESGX ต้องถือครอง 5 ปี จากนั้นให้เลือกตามสภาพคล่องที่ต้องการ

  • บริหารเพดานลดหย่อนให้คุ้มค่า : กองทุนลดหย่อนภาษี RMF และ SSF รวมกับเงินออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี โดยที่ Thai ESG แยกเพดาน 30% และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี

  • ตรวจดูและหาข้อมูลโอกาสพิเศษให้ทันอยู่เสมอ : ติดตามข่าวสารของข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนที่ลดหย่อนภาษีได้อยู่เสมอ เช่น ในปีภาษี 2569 ThaiESGX จะใช้เงื่อนไขและวงเงินเดียวกับ Thai ESG ปกติ คือลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี โดยผู้ที่โอน LTF มาเป็น ThaiESGX ตั้งแต่ปี 2568 ยังสามารถทยอยใช้สิทธิ์ลดหย่อนต่อเนื่องได้ตามเงื่อนไขเดิม รวมสูงสุด 500,000 บาท และทยอยตัดครบ 5 ปีตามที่กำหนด

  • เช็กค่าธรรมเนียมและนโยบายกองทุนให้ละเอียด : ดูหนังสือชี้ชวนหรือ Fact Sheet ผ่าน SEC Fund Check เพื่อเปรียบเทียบค่าบริหาร การซื้อ การขาย และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจให้รอบคอบที่สุด

  • อย่าผิดเงื่อนไขการไถ่ถอน : ตรวจดูเงื่อนไขการไถ่ถอนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์จากการลงทุน เช่น หากขาย SSF ก่อนครบ 10 ปี จะต้องคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และนำกำไรไปรวมคำนวณภาษีในปีที่ขายด้วย เป็นต้น

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี

 

สับเปลี่ยนกองทุน ลดหย่อนภาษีได้ไหม


ถ้าเป็นการสลับซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทเดียวกัน เช่น SSF กับ SSF หรือ RMF กับ RMF โดยที่ยังอยู่ตามเงื่อนไขช่วงเวลา กรณีนี้สามารถทำได้ แต่ยังต้องรักษาเงื่อนไขภาษีเดิม ทั้งเรื่องของระยะถือ อายุ และการนับวันชนวันให้ครบถ้วนถูกต้อง
 

ควรสับเปลี่ยนกองทุนตอนไหน?


เมื่อกองทุนลดหย่อนภาษีเดิมดำเนินการไม่ตรงนโยบาย มีความเสี่ยง หรือผลการดำเนินงานมีความน่ากังวล อาจเป็นช่วงเวลาที่ต้องสับเปลี่ยนกองทุนภายในประเภทเดิม เพื่อลดความเสี่ยงหรือเพิ่มโอกาสผลตอบแทน พร้อมคุมเงื่อนไขภาษีให้ครบถ้วน
 

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีได้ถึงวันไหน?


โดยทั่วไปแล้วจะสามารถซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีได้ภายในปีภาษีถึงวันที่ 31 ธ.ค. หรือวันทำการสุดท้ายของปี และต้องส่งคำสั่งก่อนเวลาตัดคำสั่งของผู้ขายหรือ บลจ.

 

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีให้รอบคอบและปลอดภัยที่สุดกับ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย


สำหรับผู้ที่มีความสนใจต้องการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี 2569 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีตัวเลือกมากมายจากกองทุนต่าง ๆ พร้อมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการในระดับสูง โดยสามารถเลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีผ่านแอป CIMB THAI ดาวน์โหลดได้ ทั้งระบบ IOS และ Android คลิก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CIMB THAI Care Center หรือโทร 02 626 7777 ได้ทุกวัน
 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารได้ดังต่อไปนี้

 


#Financial Guru