1. กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ (RMF)
กองทุนรวมเพื่อสะสมเงินเกษียณ เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี 2569 ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทอง และกองทุนต่างประเทศ รวมถึงยังแลกสิทธิ์ลดหย่อนได้อย่างต่อเนื่อง วงเงินลดหย่อนสูง และสามารถขายคืนได้ในช่วงก่อนเกษียณด้วยเช่นกัน
- วงเงินลดหย่อนภาษี : สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเงินออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ เช่น PVD, กบข., กอช. หรือประกันบำนาญ ฯลฯ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ต้องซื้อทุกปีหรือปีเว้นปี โดยห้ามเว้นการซื้อเกิน 1 ปี (ยกเว้นปีที่ไม่มีเงินได้) และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมถึงขายคืนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เท่านั้น
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่วางแผนเกษียณจริงจัง มีรายได้สม่ำเสมอ และพร้อมมีวินัยการซื้ออย่างน้อยปีเว้นปีเพื่อใช้วงเงินก้อนใหญ่ให้คุ้มที่สุด
2. กองทุนรวม Thai ESG
กองทุนรวม Thai ESG เน้นที่การลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ไทย โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มพิเศษแยกจากกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณอย่าง RMF SSF หรือ PVD
- วงเงินลดหย่อนภาษี : สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี และวงเงินแยกจากเพดาน 500,000 บาท ของเงินออมเพื่อเกษียณ
- เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันซื้อ โดยไม่ได้บังคับซื้อทุกปี
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่ต้องการเพิ่มวงเงินลดหย่อน นอกเหนือจากเพดานเงินออมเพื่อเกษียณ และยอมรับความผันผวนของหุ้นไทยในมุม ESG
3. กองทุนรวม ThaiESGX
กองทุนรวมตัวนี้เป็นตัวเลือกของการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีที่เหมือน Thai ESG แต่เป็นรุ่นพิเศษที่รัฐเคยเปิดขายเมื่อปีภาษี 2568 เพื่อกระตุ้นการลงทุนด้านความยั่งยืน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือ LTF เดิมสามารถโอนหน่วยลงทุนมาเป็น ThaiESGX เพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนแบบทยอยตัด 5 ปี โดย ThaiESGX จะกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2569 แต่วงเงินลดหย่อนจะใช้เกณฑ์เดียวกับ Thai ESG ปกติ
- วงเงินลดหย่อนภาษี : แบ่งเป็น 2 กรณี
- กรณีลงทุนใหม่ในปี 2569 : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี โดยเป็นวงเงินรวมกับ Thai ESG ปกติ
- กรณีโอน LTF ไปเป็น ThaiESGX (สิทธิ์ต่อเนื่องจากปี 2568) : ยังสามารถทยอยใช้สิทธิ์ลดหย่อนต่อได้ตามเงื่อนไขเดิม รวมสูงสุด 500,000 บาท โดยปี 2568 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท และปี 2569 ถึง 2572 ลดหย่อนได้ปีละไม่เกิน 50,000 บาท (ถือเป็นสิทธิ์ทยอยตัด 5 ปี)
- เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี (ทั้งกรณีลงทุนใหม่และกรณีโอนจาก LTF)
- เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่โอน LTF ไว้ตั้งแต่ปี 2568 และกำลังทยอยใช้สิทธิ์ลดหย่อนต่อในปี 2569 รวมถึงผู้ที่ต้องการลงทุนกองทุน ESG พร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ปัจจุบัน
4 .กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF)
กองทุนออมระยะยาวยืดหยุ่นที่ลงทุนได้หลากหลาย ตั้งแต่หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ ทอง REITs และอื่น ๆ ซึ่งใช้ลดหย่อนในกรอบที่ยาวกว่า RMF และไม่บังคับซื้อทุกปี
- วงเงินลดหย่อนภาษี : สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ทั้ง RMF, SSF, กอช., PVD, กบข. และประกันบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
- เงื่อนไขการซื้อกองทุน : ถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ และไม่มีเงื่อนไขต้องซื้อทุกปี
- เหมาะกับใคร : ผู้ต้องการทางเลือกออมยาวที่ไม่ต้องมีวินัยหรือซื้อปีเว้นปีแบบ RMF และอยากคุมสภาพคล่องให้อยู่ในกรอบเวลา 10 ปี