Search
Back
เกี่ยวกับเรา  
รางวัล  
ข่าวและกิจกรรม  
บริการโอนเงินระหว่างประเทศ  
โปรโมชั่นล่าสุด  
we love bond concert  
CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง  
CIMBweBond Concert  
CIMB THAI App  
CIMB THAI Connect  
บริการแจ้งเตือนผ่าน SMS  
พร้อมเพย์  
บริการเปิดบัญชีด้วยการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID)  
การขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร (dStatement)  
บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) เพื่อทำธรุกรรมออนไลน์กับกรมสรรพากร  
ติดต่อเรา | ศูนย์บริการลูกค้าบุคคล ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (จำกัด)  
สาขาธนาคาร  
ข้อมูลคุณภาพการให้บริการ  
คำมั่นสัญญาการให้บริการลูกค้าธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  
Form Download Center  
You're viewing:
ลูกค้าบุคคล
Other Sites
เกี่ยวกับเรา
การกำกับดูแล
ทีมผู้บริหาร
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวและกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
เงินฝาก
ประกัน
สินเชื่อ
การบริหารความมั่งคั่ง
การลงทุน
logo
TH

 

Credit Rating คือปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนลงทุนในหุ้นกู้และตราสารหนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้และโอกาสผิดนัดชำระหนี้ โดยทางสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นผู้ประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ โดยบทความนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับ Credit Rating และอธิบายเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตทางการเงิน ซึ่งช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจก่อนลงทุนตราสารหนี้ได้อย่างเหมาะสม

 

Key Takeaway

  • Credit Rating เป็นส่วนที่บ่งบอกความน่าเชื่อถือและโอกาสผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้และตราสารหนี้
  • สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นผู้ประเมินว่าตราสารหนี้แต่ละบริษัทหรือองค์กรควรอยู่อันดับเครดิตไหน
  • อันดับเครดิตแบ่งเกณฑ์เป็น Investment Grade และ Speculative Grade ส่วน Unrated Bond เป็นหุ้นกู้ที่ไม่ได้จัดอันดับเครดิต
  • แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือบ่งบอกถึงความน่าจะเป็นที่ Credit Rating จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด มีทั้งอันดับเครดิตสูงขึ้น ต่ำลง และไม่เปลี่ยนแปลงเลย
  • แนวทางเลือกลงทุนหุ้นกู้และตราสารหนี้ควรพิจารณาจาก Credit Rating และ Liquidity Risk ซึ่งการลงทุนควรกระจายความเสี่ยงและทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน

 

สารบัญ

  • Credit Rating คืออะไร?
  • Credit Rating บอกอะไรได้บ้าง
  • เกณฑ์การจัดอันดับ Credit Rating เป็นอย่างไร วัดจากอะไรบ้าง?
  • แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Outlook) ส่งผลต่อ Credit Rating อย่างไร?
  • แนวทางเลือกลงทุนในหุ้นกู้และตราสารหนี้ควรเลือกอย่างไร?
  • FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Credit Rating
  • Credit Rating สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนลงทุนในตราสารหนี้

 

Credit Rating คืออะไร?


 

Credit Rating คือ การประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ให้ผู้ลงทุนทราบว่าหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่ลงไปมีโอกาสผิดนัดชำระมากน้อยแค่ไหน โดยทางสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies) ได้แก่ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในประเทศไทย เป็นผู้ประเมินความน่าเชื่อถือจากภาพรวมขององค์กรที่ออกตราสารหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชน

 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหุ้นกู้ก่อนตัดสินใจลงทุน : หุ้นกู้ ตัวเลือกการลงทุนของคนยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ได้กับทุกคน!

 

Credit Rating บอกอะไรได้บ้าง

 

Credit Rating ถือว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกความน่าเชื่อถือทางการเงินขององค์กรหรือหน่วยงานที่ออกตราสารหนี้ ซึ่งองค์กรที่มีเครดิตที่มีอันดับเครดิตสูงมักมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำ กลับกันหากมีอันดับเครดิตต่ำก็จะสะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นตาม นอกจากนี้ Credit Rating ยังบ่งบอกถึงสภาพคล่องทางการเงินและโอกาสที่จะกู้เงินได้ง่ายกว่า เพราะมี Credit Rating ที่ดีบ่งบอกถึงความสามารถในการคืนเงินที่กู้ยืมไป อีกทั้ง Credit Rating ยังส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนด้วย

 

เกณฑ์การจัดอันดับ Credit Rating เป็นอย่างไร วัดจากอะไรบ้าง?


กลุ่ม (Category)

อันดับเครดิต (Rating)

ความหมายและความเสี่ยง

 

Investment Grade
(ระดับน่าลงทุน)

AAA

ความเสี่ยงต่ำสุด : มีความสามารถในการชำระหนี้สูงสุด

 

 

AA+, AA, AA-

ความเสี่ยงต่ำมาก : เพราะมีความสามารถในการชำระหนี้สูง

 

 

A+, A, A-

ความเสี่ยงต่ำ : มีความสามารถในการชำระหนี้สูง แต่อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มข้างบน

 

 

BBB+, BBB, BBB-

ปานกลาง : เป็นระดับต่ำสุดที่ยังลงทุนได้ มีความสามารถชำระหนี้ดี แต่มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

 

Speculative Grade
(ระดับเก็งกำไร / Junk Bond)

BB+, BB, BB-

เริ่มมีความเสี่ยง : มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นหากเศรษฐกิจแย่ลง แต่ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ในปัจจุบัน

 

 

B+, B, B-

เสี่ยงสูง : มีความสามารถในการชำระหนี้ แต่มีความเปราะบางต่อสภาวะธุรกิจและเศรษฐกิจสูงมาก

 

 

CCC

เสี่ยงสูงมาก : มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูง ขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจ

 

 

CC / C

เสี่ยงสูงสุด : ใกล้จะผิดนัดชำระหนี้ หรืออยู่ในกระบวนการล้มละลาย/ฟื้นฟูกิจการ

 

 

D

ผิดนัดชำระหนี้ : ผู้ออกตราสารไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ตามกำหนด (Default)

 

 

เกณฑ์การจัดอันดับ Credit Rating จะแบ่งออกเป็น Investment Grade Speculative Grade และ Unrated Bond ซึ่งแต่ละเกรดก็จะมีการแบ่งอันดับตั้งแต่ AAA ไปจนถึง D โดยมีเกณฑ์การชี้วัดอันดับ Credit Rating จากปัจจัยดังต่อไปนี้

 

  1. ลักษณะของบริษัทที่ออกหุ้นกู้ : สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะพิจารณาความมั่นคงของบริษัทจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดบริษัท ความสามารถในการแข่งขัน ส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งสามารถบ่งบอกความน่าเชื่อถือของบริษัทได้
  2. ผลประกอบการ : ความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร บ่งบอกถึงศักยภาพในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับผู้ลงทุน
  3. ข้อตกลงและสัญญาที่ต้องปฏิบัติตาม : องค์กรหรือหน่วยงานของผู้ออกหุ้นกู้อาจมีข้อตกลงหรือสัญญาที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น การจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนด ช่วยบ่งบอกถึงความมั่นคงและความสามารถในการทำตามข้อตกลง สร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน
  4. การมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : การมีหลักทรัพย์ เช่น สินทรัพย์ ที่ดิน อาคาร ทำให้สถาบันจัดอันดับมองว่าผู้ออกหุ้นกู้นั้นมีความปลอดภัยมากกว่าหน่วยงานอื่น เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาก็ยังมีหลักประกันว่าผู้ออกหุ้นจะชำระหนี้ให้กับผู้ลงทุนได้
  5. ปัจจัยภายนอก : ภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้ ทำให้มีผลต่ออันดับเครดิต

 

Investment Grade

 

Investment Grade เป็น Credit Rating ของหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับน่าลงทุน โดยมีการจัดอันดับเครดิตตั้งแต่เกรด AAA AA AA- A+ ไปจนถึง BBB- ซึ่งที่อันดับเครดิตต่ำสุดนั้นก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำถึงปานกลาง นับว่าเป็นเกรดที่มีความเสี่ยงน้อยและเป็นที่สนใจของนักลงทุน

 

Non-Investment Grade หรือ Speculative Grade

 

Non-Investment Grade หรือ Speculative Grade เป็นหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงกว่า Investment Grade แต่มีการจ่ายดอกเบี้ยที่อัตราสูงกว่า โดยมีการจัดอันดับเครดิตตั้งแต่เกรด BB+ BB BB- B+ ไล่ลงมาจนถึงเกรด D ซึ่งเกรด C จะบ่งบอกถึงความเสี่ยงสูงที่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข ส่วน D จะบ่งบอกถึงการผิดนัดชำระหนี้ ไม่สามารถจ่ายได้ทั้งเงินทุนและดอกเบี้ย

 

Unrated Bond

 

Unrated Bond เป็นหุ้นกู้หรือตราสารหนี้ที่ไม่ถูกจัดอันดับเครดิตโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือไม่ได้มีการส่งไปจัดอันดับเครดิต ตราสารหนี้กลุ่มนี้จะมีการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่สามารถตรวจสอบอันดับเครดิตได้เลย

 

แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Outlook) ส่งผลต่อ Credit Rating อย่างไร?


 

แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นตัวบ่งบอกถึงโอกาสที่ Credit Rating ขององค์กรที่ออกหุ้นกู้และตราสารหนี้นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยแนวโน้มจะมาจากการวิเคราะห์จากภาพรวมขององค์กรและปัจจัยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยแบ่งออกเป็น 4 แบบดังนี้

 

  • Positive : แนวโน้มเป็นบวกบ่งบอกถึงอันดับเครดิตที่อาจถูกปรับให้สูงขึ้น
  • Negative : แนวโน้มเป็นลบบ่งบอกถึงอันดับเครดิตที่อาจถูกปรับให้ต่ำลง
  • Developing : แนวโน้มที่ไม่แน่นอนอาจบ่งบอกถึงอันดับเครดิตที่ถูกปรับขึ้นหรือปรับลง
  • Stable : แนวโน้มคงที่บ่งบอกถึงอันดับเครดิตที่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

แนวทางเลือกลงทุนในหุ้นกู้และตราสารหนี้ควรเลือกอย่างไร?

 

การพิจารณาให้ดีก่อนเลือกลงทุนในหุ้นกู้และตราสารหนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ โดยแนวทางการเลือกลงทุนควรพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้

 

  • สำหรับผู้เริ่มลงทุนโดยทั่วไปควรเลือกลงทุนในหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตอยู่ในเกณฑ์ Investment Grade เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการสูญเงินต้น
  • ก่อนลงทุนหุ้นกู้และตราสารหนี้ควรทำความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงสภาพคล่อง (Liquidity Risk) และเมื่อตัดสินใจลงทุนไปแล้วมักต้องถือตราสารจนครบกำหนดไถ่ถอน จึงควรเลือกตราสารหนี้ให้เหมาะกับระยะเวลาที่จะใช้เงินในอนาคต
  • ควรกระจายความเสี่ยงด้วยการเลือกตราสารหนี้และหุ้นกู้ไปในหลากหลายองค์กรหรือหน่วยงาน เพราะ Credit Rating และสภาพคล่องของบริษัทสามารถเปลี่ยนได้เสมอ
  • ตรวจสอบเงื่อนไขของหน่วยงานและองค์กรที่ออกหุ้นกู้ก่อนเลือกลงทุน เพราะอาจส่งผลต่อการไถ่ถอนเงินออกมาใช้ก่อนกำหนด

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตราสารหนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน : ตราสารหนี้ คืออะไร?

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Credit Rating

ทำไมหุ้นกู้ที่มี Credit Rating สูง ถึงให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า?

 

หุ้นกู้ที่มี Credit Rating สูงจะมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำทำให้นักลงทุนสบายใจที่จะลงทุนด้วย ผิดกลับ หุ้นกู้ที่มี Credit Rating ต่ำจะต้องมีดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงเหมือนกับหลักการ High Risk, High Return เพราะนักลงทุนจะต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง

 

Unrated Bond หรือหุ้นกู้ไม่จัดอันดับเครดิต น่าลงทุนไหม?

 

Unrated Bond เป็นตราสารหนี้ที่ไม่ได้จัดอันดับเครดิตหรือไม่ผ่านการพิจารณาอันดับเครดิต มักมีอัตราดอกเบี้ยสูงแต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญ อาจไม่ค่อยน่าลงทุนหากต้องการตราสารหนี้ที่ความเสี่ยงต่ำและได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ

 

Credit Rating มีการอัปเดตบ่อยแค่ไหน?

 

โดยส่วนมากจะอัปเดต Credit Rating อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทและองค์กร ก็จะมีการปรับ Credit Rating ทันที

 

Credit Rating สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนลงทุนในตราสารหนี้

 

Credit Rating เป็นเกณฑ์สำคัญที่บ่งบอกความน่าเชื่อถือขององค์กรและหน่วยงานที่ออกหุ้นกู้และตราสารหนี้ การเลือกลงทุนกับองค์กรที่ถูกจัดเกรดไว้ใน Investment Grade จะมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระน้อยกว่า โดยการจัดอันดับเครดิตจะพิจารณาจากภาพรวมขององค์กรในด้านสภาพคล่องและการสร้างผลตอบแทน รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทำให้ Credit Rating มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้นกู้ตลาดแรก หุ้นกู้ตลาดรอง กองทุนรวม ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB THAI) พร้อมให้ลูกค้าลงทุนด้วย Credit Rating Investment Grade (AA) ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและได้รับดอกเบี้ยสม่ำเสมอ พร้อมบริการให้คำแนะนำการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ Wealth Research & Advisory และสามารถเปิดบัญชีการลงทุนผ่านแอป CIMB THAI (คลิก) หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CIMB THAI Care Center โทร 02 626 7777 ทุกวัน

 

 

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารได้ดังต่อไปนี้