คุณอยู่ที่

  • บทความ
  • ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
  • ช่องทางบริการธนาคาร
  • เกี่ยวกับเรา
  • บริการช่วยเหลือ
  • ลิงก์ด่วน
ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
เกี่ยวกับเรา
Financial Guru
Business Maker
Lifestyle Tips
ลงทุน
บริการโอนเงินระหว่างประเทศ
CIMB THAI App
ข่าวและกิจกรรม

 

กลโกงออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในยุคดิจิทัล โดยมีมิจฉาชีพหลายประเภท และมีวิธีการหลอกลวงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น มิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน หลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกให้ทำงานเสริมออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งหากไม่ระวังให้ดี ก็อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจเสียเงิน หรือเสียชื่อเสียงได้

 

ถ้าเราโดนหลอกโอนเงินทําไงดี?

หากใครก็ตามที่โดนแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้เราลงทุน หลอกให้โอนเงิน สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งสติ และ รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ข้อความสนทนา หลักฐานการโอนเงิน ฯลฯ เพราะว่าเราสามารถแจ้งความโดนหลอกให้ลงทุนออนไลน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังสามารถแจ้งไปยังธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงินที่โอนไป เพื่อขอระงับการโอนเงิน หรือขอคืนเงินได้ หากเงินยังไม่ถูกโอนออกจากบัญชี

 

10 วิธีรู้ทันกลโกงออนไลน์

เดี๋ยวนี้แก๊งมิจฉาชีพเขาพัฒนากลโกงออนไลน์ให้เราเผลอตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ ดังนั้น การรู้วิธีป้องกันการหลอกลวงออนไลน์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และนี่คือ 10 วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน และหลอกให้เราเสียทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ปลอดภัยจากการโดนหลอกลวงได้

 

1. ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบัญชี

วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ข้อแรก นั่นก็คือ ไม่ควรใช้รหัสผ่านเดียวกันกับทุกบัญชี ไม่ว่าจะเป็น บัญชีอีเมล โมบายแบงก์กิ้ง ฯลฯ แม้ข้อดีของการตั้งรหัสผ่านเดียวกับทุกบัญชีที่เรามี จะสะดวกต่อการจดจำ แต่นี่เป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้าถึงบัญชีของคุณได้ง่ายขึ้น ถ้าหากมีบัญชีใด ๆ หนึ่งที่รหัสผ่านหลุด มิจฉาชีพก็อาจเข้าถึงบัญชีอื่น ๆ ที่ใช้รหัสผ่านเดียวกันได้เลย ดังนั้น เพื่อป้องกัน มิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ควรใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละบัญชี โดยเฉพาะบัญชีที่เกี่ยวกับการเงินหรือข้อมูลส่วนตัว

 

2. ตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (Two-Factor Authentication)

การยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (Two-Factor Authentication) หรือ 2FA เป็นวิธีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีต่างๆ เช่น บัญชีธนาคาร บัญชีอีเมล บัญชีโซเชียลมีเดีย ฯลฯ โดยนอกจากรหัสผ่านแล้ว ผู้ใช้จะต้องป้อนรหัสยืนยันอีกชุดหนึ่งด้วย รหัสยืนยันชุดที่สองนี้ มักส่งมาทาง SMS หรืออีเมล โดยรหัสจะมีอายุการใช้งานสั้น ๆ ดังนั้น แม้จะมีคนขโมยรหัสผ่านไป ก็ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้หากไม่มีรหัสยืนยัน

 

3. ไม่หลงเชื่ออีเมลหลอกลวง

อีเมลหลอกลวงเป็นหนึ่งใน กลโกงออนไลน์ ที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกให้คนเปิดอีเมล แล้วคลิกลิงก์ หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบมา โดยอีเมลหลอกลวงอาจแอบอ้างเป็นหน่วยงาน หรือบริษัทที่เรารู้จัก เช่น ธนาคาร การไปรษณีย์ หรือเว็บไซต์ช้อปปิ้ง ซึ่งบรรดาแก๊งมิจฉาชีพก็จะใช้สตอรี่ต่าง ๆ เพื่อหลอกล่อให้เราตกหลุมพราง ซึ่งอีเมลหลอกลวงอาจใช้ที่อยู่อีเมลที่คล้ายกับอีเมลจริง แต่มีการเปลี่ยนอักษรบางตัว หรือมีชื่อแปลก ๆ พ่วงท้าย นอกจากนี้ เนื้อหาในอีเมลหลอกลวงอาจมีการใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ มีการสะกดคำผิด หรือมีการใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง เป็นต้น

 

 

4. ไม่คลิกลิงก์จากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก

กลโกงออนไลน์ ในรูปแบบของการสร้างเว็บไซต์ปลอม โดยใช้ชื่อหรือรูปแบบที่คล้ายกับเว็บไซต์จริง เพื่อหลอกให้คนเข้าเว็บไซต์ปลอม แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ปลอม วิธีที่จะรู้ว่าเว็บไซต์ที่เราเข้าเป็นเว็บไซต์จริงหรือปลอม คือการสังเกต URL หรือที่อยู่เว็บไซต์ที่ปรากฏบนแถบด้านบนของ Web browser เว็บไซต์จริงจะมี URL ที่ตรงกับชื่อเว็บไซต์ และมีสัญลักษณ์ล็อกเป็นสีเขียว หรือมีคำว่า Secure หรือ HTTPS อยู่หน้า URL

 

5. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร หรือรหัสผ่าน เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ และควรเก็บเป็นความลับ ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่แอบอ้างเป็นเพื่อน คนรู้จัก หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรู้ข้อมูลส่วนตัวของเรา การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอาจทำให้เราเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง หรือถูกนำข้อมูลไปใช้ในเรื่องที่ไม่ดีได้

 

6. เช็กให้ชัวร์ ก่อนโดนหลอกซื้อของออนไลน์

การซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นวิธีการซื้อของที่สะดวกและมีความหลากหลาย แต่ก็มีมิจฉาชีพที่หลอกขายสินค้าออนไลน์ โดยใช้รูปภาพ หรือคำอธิบายที่ไม่ตรงกับสินค้าจริง หรือขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง แล้วหลังจากได้เงินแล้วก็หายตัวไป วิธีที่จะป้องกันการหลอกขายสินค้าออนไลน์ คือการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ หรือผู้ขายที่มีความน่าเชื่อถือ โดยดูจากรีวิว คะแนน หรือความคิดเห็นของผู้ซื้อท่านอื่น และเลือกวิธีการชำระเงินที่มีการรับประกัน หรือมีการคืนเงินให้ในกรณีที่ไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามที่สั่ง

 

7. ระวังโดนหลอกให้ทำงานออนไลน์ รายได้พิเศษ

ในยุคที่เราสามารถมีรายได้หลายทาง การหาเงินออนไลน์เป็นทางเลือกที่ดูเหมือนจะน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มรายได้ แต่ก็มีมิจฉาชีพที่หลอกให้ทำงานเสริมออนไลน์ โดยใช้เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อหลอกให้เราสมัครเข้าร่วมโครงการ หรือซื้อสินค้า หรือบริการ ที่จะช่วยให้เราหาเงินได้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่เรื่องโกหก ที่ทำให้เราเสียเงิน หรือเสียเวลาไปเปล่า วิธีที่จะป้องกันการหลอกให้ทำงานเสริมออนไลน์ คือการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโครงการ หรือผู้เสนองาน โดยดูจากข้อมูล หรือรีวิว ของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการนั้น ๆ และไม่เชื่อเรื่องราวที่ดูน่าดึงดูด หรือมีเงื่อนไขที่ยุ่งยาก เช่น ต้องซื้อสินค้า หรือชวนเพื่อนเข้าร่วม ก่อนที่จะได้รับเงิน เป็นต้น

 

8. ระวังการหลอกให้รักแล้วลงทุน

เป็นอีกหนึ่งกลโกงออนไลน์ ที่มีการแจ้งความโดนหลอกให้ลงทุนออนไลน์ มากที่สุด ไม่แพ้การถูกหลอกโอนเงิน ซึ่งมิจฉาชีพใช้ในการหลอกให้เชื่อว่ารัก แล้วขอให้โอนเงิน หรือลงทุนในโครงการต่าง ๆ โดยมิจฉาชีพอาจแอบอ้างเป็นคนอื่น ด้วยการใช้รูปภาพ หรือวิดีโอ เพื่อหลอกให้เราเชื่อว่าเป็นคนจริง ๆ แล้วพูดคุย หรือแอบเดทกับเรา จนเราหลงรัก หรือเชื่อมั่นในเขา แล้วจึงหาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อขอให้เราโอนเงินให้ วิธีที่จะป้องกันการหลอกให้รักแล้วลงทุน คือการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินให้กับคนที่ไม่รู้จัก หรือไม่เคยเห็นหน้าจริง และตรวจสอบข้อมูลของคนที่พูดคุยกับเรา ว่าเป็นคนคนนั้นจริงหรือไม่ โดยใช้เครื่องมือการค้นหา หรือสอบถามผู้รู้

 

 

9. ไม่ดาวน์โหลดโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์

การหลอกให้โหลดโปรแกรมปลอม เป็นกลโกงออนไลน์ ที่เหล่ามิจฉาชีพใช้ในการหลอกให้คนโหลดโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่แอบอ้างว่าเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์ หรือน่าสนใจ เช่น โปรแกรมที่ช่วยเพิ่มความเร็วคอมพิวเตอร์ โปรแกรมที่ช่วยเล่นเกม หรือแอปที่ช่วยหาเงิน เป็นต้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่โปรแกรมปลอม ที่อาจมีไวรัส มัลแวร์ หรือโปรแกรมที่เก็บข้อมูลส่วนตัวของเราได้ วิธีที่จะป้องกันการหลอกให้โหลดโปรแกรมปลอม ก็คือการไม่โหลดโปรแกรม หรือแอป จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่มีการรับรองการใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์อย่างสม่ำเสมอ และอัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ และช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์

 

10. รายงานการหลอกลวงออนไลน์

เพื่อเป็นการลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ การสอนให้คนในครอบครัวรู้เท่าทันมิจฉาชีพ จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวสามารถป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ หากถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จะด้วยการหลอกให้โอนเงิน หลอกให้ลงทุน ฯลฯ ไม่ควรปกปิด และควรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับมิจฉาชีพได้

 

โดยสรุปแล้ว การป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ดีที่สุด คือ การรู้เท่าทัน กลโกงออนไลน์ของมิจฉาชีพ และหมั่นตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ละเอียดก่อนทำธุรกรรมใดๆ หากใครยังไม่แน่ใจ ก็สามารถสอบถามจากเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญได้

 

และสำหรับลูกค้า ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สามารถสอบถามและแจ้งเหตุภัยทางการเงินได้ที่ CIMB THAI Care Center 02-626-7777 ให้บริการทุกวัน หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่