คำนวณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
การคำนวณว่าหลังเกษียณอายุเราต้องใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ โดยเริ่มจากดูค่าใช้จ่ายปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในบ้าน หรือค่าใช้จ่ายครอบครัว แล้วประเมินว่าตอนเกษียณน่าจะใช้เท่าไหร่ ซึ่งค่าเดินทางไปทำงานอาจลดลง แต่ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอาจเพิ่มขึ้น จากนั้นคำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่ายต่อปี และคาดการณ์ต่อว่าจะมีชีวิตหลังเกษียณกี่ปี เช่น หากเกษียณไวตอนอายุ 55 ปี แล้วใช้ชีวิตถึง 85 ปีก็เท่ากับ 30 ปี ก็จะได้ภาพรวมว่าเราต้องมีเงินสำรองประมาณเท่าไรจึงจะใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ
ทำความเข้าใจเรื่องเงินเฟ้อ
แม้วันนี้ตัวเลขค่าใช้จ่ายจะดูพอรับได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าเงินเฟ้อจะทำให้ค่าครองชีพแพงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอาจอยู่ราว 2% ถึง 3% ต่อปี ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลมีโอกาสเพิ่มเร็วกว่าอยู่ที่ประมาณ 5% ถึง 7% ต่อปี หมายความว่าหากมีเงิน 1,000 บาทในวันนี้ อาจซื้อของได้น้อยลงมากในอีก 20 ถึง 30 ปีข้างหน้า ดังนั้น การวางแผนเกษียณ ก่อนกำหนด จึงควรเผื่อเงินเพิ่มสำหรับผลกระทบของเงินเฟ้อ และกันเงินก้อนพิเศษสำหรับสุขภาพ เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับคนในครอบครัวนั่นเอง
วางแผนการออมเงินและการลงทุน
การลงมือออมและลงทุนตั้งแต่ก่อนเกษียณอายุ ยิ่งเริ่มเร็วก็จะยิ่งได้ผลลัพธ์จากดอกเบี้ยทบต้นมาก โดยคนทำงานควรออมอย่างน้อย 10% ถึง 15% ของรายได้ต่อเดือน แต่ถ้าเริ่มช้าก็อาจต้องออมเพิ่มเป็น 20% ถึง 25% ของรายได้ โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ทำให้ยังได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีด้วยในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามการเพิ่มงบออมและลงทุน ให้สูงที่สุดเท่าที่งบประมาณไหวตั้งแต่ตอนยังทำงานอยู่ จะเป็นการเตรียมตัวเกษียณที่มีประสิทธิภาพมาก และยังสามารถเสริมด้วยเครื่องมืออื่น เช่น RMF หรือกองทุนรวมได้ด้วยเช่นกัน
ทบทวนความต้องการของตัวเองอยู่เสมอ
นอกจากเรื่องเงินแล้วการวางแผนเกษียณอายุเร็ว ควรมีการทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ เพราะชีวิตจริงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงาน แต่งงาน มีลูก หรือเจอปัญหาสุขภาพ ทำให้ควรถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า เรายังอยากเกษียณอายุก่อนกำหนดอยู่ไหม หรือไลฟ์สไตล์ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า
ข้อดีและข้อควรระวังเกี่ยวกับการเกษียณก่อนกําหนด
แม้ว่าการเกษียณเร็วก่อนกำหนด จะช่วยให้ทั้งอิสระและเวลาชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านการเงินและความพร้อมทางใจ ที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยการเกษียณอายุก่อนอำหนดจะมีข้อดีและข้อควรระวัง ดังต่อไปนี้
ข้อดี
- มีเวลาทำสิ่งที่อยากทำมากขึ้น เช่น เที่ยว พักผ่อน หรือใช้เวลากับครอบครัว
- ใส่ใจกับเรื่องสุขภาพกายใจ ออกกำลังกาย และพักผ่อนได้เต็มที่กว่าเดิม
- ได้ Work–Life Balance ในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่ต้องรอถึงเกษียณอายุปกติ
- มีโอกาสเริ่มอาชีพใหม่ ทำฟรีแลนซ์ หรือทำธุรกิจส่วนตัวที่ชอบ
- มีเวลาสร้างคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว
ข้อควรระวัง
- รายได้ประจำจากเงินเดือนหายไป ต้องพึ่งเงินเก็บและการลงทุนเป็นหลัก
- ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นตามอายุและเงินเฟ้อ
- ต้องมีวินัยการออมและการใช้เงินสูงมาก เพราะใช้เงินยาวนานกว่าปกติ
- หากไม่เตรียมใจและเป้าหมายชีวิตใหม่ อาจรู้สึกเหงาหรือหมดไฟได้
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ เกษียณก่อนกำหนดได้อะไรบ้าง
เงินที่ได้หลังเกษียณก่อนกําหนด ต้องจ่ายภาษีไหม?
เงินเดือนค้างจ่าย โบนัส หรือเงินชดเชยบางส่วนอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษี แต่เงินจากกองทุนต่าง ๆ เช่น PVD หรือ กบข. จะมีเงื่อนไขเฉพาะว่าช่วงอายุที่รับ และวิธีรับแบบไหนถึงจะได้รับการยกเว้นภาษีหรือเสียภาษีน้อยลง ซึ่งควรเช็กละเอียดกับฝ่าย HR หรือผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนตัดสินใจ
เกษียณก่อนกำหนด นับว่าเป็นการเลิกจ้างไหม?
โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการเลิกจ้าง แต่เป็นการลาออกโดยสมัครใจ ดังนั้น เงินที่ได้รับมักไม่ถูกมองเป็นเงินชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมาย ทำให้มักจะไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะเงินชดเชยเลิกจ้างแบบกรณีถูกเลิกจ้างจริง ๆ และต้องนำเงินก้อนนั้นไปรวมคำนวณภาษีปกติในปีนั้น
เกษียณก่อนกำหนด วางแผนของคุณให้พร้อมและออมเงินไปกับ CIMB THAI Bank
หลังจากที่ได้ทราบแล้วว่าเกษียณก่อนกำหนดได้อะไรบ้าง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และควรวางแผนแบบไหนให้มีประสิทธิภาพที่สุด หวังว่าบทความนี้จะช่วยทำให้ทุกคนสามารถเตรียมความพร้อม และวางแผนการเกษียณอายุเร็วได้อย่างตอบโจทย์ที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของการออมเงินและลงทุน ที่หากคุณยังไม่มีตัวช่วยในการดูแลส่วนนี้ เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์กองทุนของทาง CIMB THAI Bank ธนาคารที่เข้าใจคุณพร้อมให้คำปรึกษา และดูแลในทุกความต้องการ ซึ่งจะเป็นผู้ช่วยที่ทำให้การวางแผนเกษียณไวของคุณ ออกมาได้อย่างดีที่สุดแน่นอน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CIMB THAI Care Center หรือโทร 02 626 7777
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารได้ดังต่อไปนี้