Search
Back
เกี่ยวกับเรา  
รางวัล  
ข่าวและกิจกรรม  
บริการโอนเงินระหว่างประเทศ  
โปรโมชั่นล่าสุด  
we love bond concert  
CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง  
CIMBweBond Concert  
CIMB THAI App  
CIMB THAI Connect  
บริการแจ้งเตือนผ่าน SMS  
พร้อมเพย์  
บริการเปิดบัญชีด้วยการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID)  
การขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร (dStatement)  
บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) เพื่อทำธรุกรรมออนไลน์กับกรมสรรพากร  
ติดต่อเรา | ศูนย์บริการลูกค้าบุคคล ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (จำกัด)  
สาขาธนาคาร  
ข้อมูลคุณภาพการให้บริการ  
คำมั่นสัญญาการให้บริการลูกค้าธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  
Form Download Center  
You're viewing:
ลูกค้าบุคคล
Other Sites
เกี่ยวกับเรา
การกำกับดูแล
ทีมผู้บริหาร
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวและกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
เงินฝาก
ประกัน
สินเชื่อ
การบริหารความมั่งคั่ง
การลงทุน
logo
TH

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับ งวดสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 908.2  ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 70.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2568 สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงร้อยละ 0.6 และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงร้อยละ 21.1 สุทธิกับรายได้จากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 3.1

 

รายได้จากการดำเนินงาน สำหรับงวดสามเดือนปี 2569  มีจำนวน 3,473.3 ล้านบาท ลดลงจำนวน 110.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.1 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 156.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.1  โดยมีสาเหตุหลักจากอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ลดลงตามสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ  และการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 82.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 เกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยและรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย สุทธิกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 128.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.6 สาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน

 

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนปี 2569 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 ลดลง จำนวน 9.4 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.6 เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานสุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 48.9 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 47.6

 

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดสามเดือนปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 1.96 ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2.04 เนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลดลง นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการลดลงของสินเชื่อ แม้ว่าจะได้รับการชดเชยบางส่วนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงก็ตาม

 

วันที่ 31 มีนาคม 2569 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 236.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6  เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 286.9 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.8 จากสิ้นปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 301.5 พันล้านบาทอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (The Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 82.5 จากร้อยละ 77.2 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

 

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น อยู่ที่ร้อยละ 2.1 ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2.2 เป็นผลจากการที่กลุ่มธนาคารมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 178.0  เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 171.5  ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 8.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท

 

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีจำนวน 58.6 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 19.6 โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 15.2

 

“ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Forward30 ของกลุ่มซีไอเอ็มบี โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบดุล และการผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ธนาคารยังคงยึดมั่นในการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้า การเพิ่มโอกาสการขายผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรในกลุ่มลูกค้าหลัก และการดำเนินงานภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาเซียนของกลุ่มซีไอเอ็มบี ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีความพร้อมในการคว้าโอกาสจากการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียนเพื่อสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพันธกิจในการส่งเสริมความก้าวหน้าให้ลูกค้า พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม” นายวุธว์ กล่าวสรุป