Search
Back
เกี่ยวกับเรา  
รางวัล  
ข่าวและกิจกรรม  
บริการโอนเงินระหว่างประเทศ  
โปรโมชั่นล่าสุด  
we love bond concert  
CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง  
CIMBweBond Concert  
CIMB THAI App  
CIMB THAI Connect  
บริการแจ้งเตือนผ่าน SMS  
พร้อมเพย์  
บริการเปิดบัญชีด้วยการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID)  
การขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร (dStatement)  
บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) เพื่อทำธรุกรรมออนไลน์กับกรมสรรพากร  
ติดต่อเรา | ศูนย์บริการลูกค้าบุคคล ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (จำกัด)  
สาขาธนาคาร  
ข้อมูลคุณภาพการให้บริการ  
คำมั่นสัญญาการให้บริการลูกค้าธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  
Form Download Center  
You're viewing:
ลูกค้าบุคคล
Other Sites
เกี่ยวกับเรา
การกำกับดูแล
ทีมผู้บริหาร
นักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ข่าวและกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ธนาคาร
เงินฝาก
ประกัน
สินเชื่อ
การบริหารความมั่งคั่ง
การลงทุน
logo
TH

นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฏจักรในมิติของสินทรัพย์เสี่ยง เราเปิดปีปฏิทินมาพร้อมกับมุมมองที่แตกต่างกันไป เช่น ความกังวลเรื่อง AI Bubble, การ Disrupt ของ AI, การหมุนเวียนการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่ถูกกว่า รวมถึงประเด็นความไม่สงบในตะวันออกกลางที่สร้างความโกลาหลเป็นอย่างมากในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งส่งผลให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนมีมุมมองต่อภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ปัจจุบันตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี หลังจากที่ต้นปีคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้

 

ประเด็นที่ทุกคนกังวลสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่าความไม่สงบในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งเรามองว่าการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบจากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นใน 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า แต่ต้องติดตามดูค่อนข้างใกล้ชิด เนื่องจากแนวโน้ม Productivity ที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของ AI Adoption ยังคงเป็นแนวโน้มหลักจะช่วยตรึงอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว โดย Scenario ที่ทีมประเมินหากความไม่สงบในตะวันออกกลางจบลงภายในช่วงเดือนเมษายนเศรษฐกิจอาจไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน แม้อาจจะมีเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานเข้ามากดดันบ้าง แต่ยังคงสามารถที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อได้ แต่ถ้าหากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่ลดความรุนแรงลงเกินกว่าเดือนมิถุนายนคาดว่าอาจมีผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่อภาวะการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation หรือ Recession และอาจจำเป็นต้องปรับลดสินทรัพย์เสี่ยงลง

 

หัวใจสำคัญของการลงทุนยังคงเน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย ระมัดระวังความกระจุก และชะลอการเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง อย่างไรก็ดี ความผันผวนที่เกิดขึ้นสร้างโอกาสในการลงทุนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงที่เกิดการหมุนเวียนการลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) มาจนถึงประเด็นเรื่องตะวันออกกลาง ซึ่งมูลค่าหุ้น (Valuation) ของหุ้นกลุ่มดังกล่าวมีความน่าสนใจมากขึ้นในระดับที่เห็นได้ชัดและน่าจะเป็นโอกาสที่จะทยอยเข้าสะสมได้ในระยะยาว รวมถึงกลุ่ม Asia Pacific ที่ได้รับแรงกดดันจากความไม่สงบก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสท 2 ทีมได้มีการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนลงเล็กน้อยเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และเพิ่มตราสารหนี้ในประเทศขึ้นหลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยยังคงสัดส่วนสินทรัพย์ทางเลือกโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานโลกเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และมีสัดส่วนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Unhedged) ราวๆ 30% ในด้านของการคัดเลือกกองทุนทีมได้เลือกกองทุนที่สามารถสะท้อนมุมมองในการเข้าลงทุนในกลุ่มที่ Valuation น่าสนใจมากขึ้น

 

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนกองทุนรวมแต่ไม่มีเวลาจัดสรรพอร์ต ทีมผู้เชี่ยวชาญ Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ออกแบบ ‘CIMB Donut’ พอร์ตลงทุนกระจายความเสี่ยง ที่ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อรวมเป็นพอร์ตการลงทุนสำเร็จรูปที่มีความสมดุล เปรียบเสมือน ‘โดนัท 1 ชิ้น’ ให้ลูกค้าพร้อมลงทุนได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องติดตามหรือวิเคราะห์ตลาดด้วยตัวเอง และมีโดนัทให้ลูกค้าเลือก 3 รูปแบบ เหมาะกับระดับความเสี่ยงเฉพาะบุคคลและเป้าหมายผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ครอบคลุมกลุ่มที่คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 2–3% 4–6% และ 7–9% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการคัดสรรกองทุนจากเครือข่าย Open Architecture ของบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำกว่า 13 แห่ง