ภาคใหญ่ที่สุดของดัชนี Russell 2000 คือภาคการเงินซึ่งมีสัดส่วน 19.3% และหากนับรวมสามภาคใหญ่ที่สุดรวมกันประกอบด้วย ภาคการเงิน อุตสาหกรรม และ การดูแลสุขภาพมีน้ำหนักรวม 52.2% ของดัชนี หุ้นภาคการเงินมีน้ำหนักเพียง 36.9% ในสามภาคนี้ โดยหุ้นสิบอันดับแรกมีน้ำหนักรวม เพียง 3.7% ของดัชนี Russell 2000 ดังนั้นดัชนี Russell 2000 มีความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของภาคส่วนและหุ้นรายตัวในระดับต่ำ บริษัทในดัชนี Russell 2000 มีรายได้นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ในสัดส่วนเพียง 20% เทียบ 42% สำหรับดัชนี S&P500 และมีหนี้ประเภทดอกเบี้ยลอยตัว (floating-rate debt) ในสัดส่วนที่สูงกว่าบริษัทในดัชนี S&P 500 ดังนั้นดัชนี Russell 2000 จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ที่คาดว่าจะลดลง 0.5%-0.75% ภายในปีนี้ส่งผลให้อัตราการเติบโต EPS ของหุ้นขนาดเล็กในปีนี้และปีหน้าเร่งตัวขึ้น นอกเหนือจากนี้ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์การควบรวมกิจการสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นจากการผ่อนปรนกฎระเบียบ ส่งผลให้หุ้นขนาดเล็กสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม (fair value) ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
______________________________________________________________________________________________________
แนะนำทยอยซื้อกองทุนหุ้นเล็ก กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอสสมอลแคปพาสซีฟ (SCBRS2000) และ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท - สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ (ABAGS) โดยลงทุนแบบผสมทั้งสองกองทุนสำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นขนาดเล็ก
SCBRS2000 มีความผันผวนมากกว่า ABAGS แต่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นแรงกว่าเมื่อหุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ (Passive Strategy)
>> คลิกเพื่อดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวน
______________________________________________________________________________________________________
ABAGS มีความผันผวนต่ำกว่า มุ่งเน้นลงบริษัทคุณภาพ 49 บริษัท เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว (Active Strategy)
>> คลิกเพื่อดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวน