Search
Back
เอกสิทธิ์สำหรับสมาชิก CIMB Preferred  
CIMB Rewards Program  
โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสำหรับคุณโดยเฉพาะ  
กิจกรรมและสัมมนา  
บริการ CIMB Preferred ผ่าน LINE OA CIMB Preferred  
ค้นหาระดับความเสี่ยงในการลงทุนของคุณ  
บริการทางการเงินและการลงทุน  
2025 Outlook  
มุมมองการลงทุนประจำเดือน  
กองทุนแนะนำ  
กองทุนรวม (Mutual Fund)  
มุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนรายไตรมาส  
Lifestyle  
หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง  
วางแผนทางการเงิน  
Weekly Wealth Insights  
ตลาดตราสารหนี้  
วิธีการเข้าร่วมเป็น CIMB Preferred  
ติดต่อเรา  
สาขาของเรา  
You're viewing:
Preferred Banking
Other Sites
logo
TH

ในสภาวะที่หุ้นสหรัฐ ฯ แพงขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสการลงทุนอยู่ตรงไหน ?  

 

แนะนำลดสัดส่วนหุ้น U.S. Large Cap และกระจายการลงทุนสู่ SCBRS2000 และ ABAGS

 

 

หลังจากที่ดัชนี S&P 500 ปรับลงถึง 19% ระหว่างเดือนกุมภาและเมษาดัชนี S&P 500 ได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วโดยฟื้นตัวมาถึง 27% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดมาสู่ระดับ all-time high ใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักที่ผลักดันการฟื้นตัวของดัชนี S&P 500 มาจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาษีการค้า (trade tariffs) และผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม valuation ของดัชนี S&P 500 ยังคงแพงในระดับใกล้เคียง +1.5 s.d. เหนือค่าเฉลี่ย P/E 10 ปี ประมาณการณ์การเติบโตกำไรยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนักที่ 12%YoY สำหรับปี 2025 เมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์รายได้ที่ถูกจัดทำไว้เมี่อปลายปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านภาษีการค้ายังไม่ได้ถูกสะท้อนลงไปสู่กำไร

 

เพื่อลดความเสี่ยงจาก valuations ที่สูงและความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาคสหรัฐ ฯ ที่ได้เพิ่มมากขึ้น แนะนักลงทุนกระจายการลงทุนออกจากหุ้นใหญ่สหรัฐ ฯ สู่หุ้นเล็กสหรัฐ ฯ

______________________________________________________________________________________________________

 

 

U.S. Small Caps (หุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ)

 


หุ้นเล็กสหรัฐ ฯ มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้น + valuation น่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่  ดัชนี Russell 2000 ซึ่งลงทุนในบริษัทขนาดเล็กที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ จำนวน 1,972 แห่ง สร้างผลตอบแทนต่ำกว่า ดัชนี S&P 500 อย่างมากตั้งแต่ต้นปีแต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าดัชนี Russell 2000 ซึ่งยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ all-time high ในช่วง 2021 ถึง 9% จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่ในระยะต่อไป สะท้อนการ rotation ของตลาดกลับไปสู่หุ้นขนาดเล็ก

 

 

ประมาณการณ์กำไรสำหรับดัชนี Russell 2000 แสดงเห็นให้ว่ากำไรจะเติบโต 10.6% ต่อปี ระหว่าง CY24-CY26 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากที่กำไรหดตัวติดต่อกันสามปีรวม 11.9% ระหว่าง CY21-CY24  แม้ว่าตลาดคาดว่าดัชนี S&P 500 จะมีการเติบโตของรายกำไรสูงกว่าที่ระดับ 13.6% ระหว่าง CY24-CY26 แต่หากพิจารณาผ่านมุมมอง valuation โดยใช้อัตราส่วน PEG (Price-to-Earnings-to-Growth) ซึ่งเปรียบเทียบอัตราส่วน P/E  กับการเติบโตของกำไร ดัชนี Russell 2000 นั้นเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีกว่า ด้วย PEG 1.44 เท่าเทียบ S&P 500 ซึ่งมี PEG สูงกว่ามากที่ 2 เท่า

 

หุ้นขนาดเล็กไม่เพียงแต่ถูกแค่ในสหรัฐ ฯ เท่านั้น หากพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) หุ้นขนาดเล็กทั่วโลกปัจจุบันซื้อขายกันที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี เมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่


______________________________________________________________________________________________________
 

หุ้นขนาดเล็กสหรัฐ ฯ ไม่มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวเหมือนหุ้นขนาดใหญ่ S&P 500 – มีสัดส่วน Mag7 กลุ่มเดียว 33%

 

 

ปัจจุบันหุ้นภาคเทคโนโลยีเพียงภาคเดียวมีสัดส่วนถึง 33.1% ของดัชนี S&P 500 โดยหุ้นกลุ่ม Mag-7 (เจ็ดนางฟ้า) มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 32.5% ของดัชนี และหากนับรวมสามภาคใหญ่ที่สุดรวมกันประกอบด้วย ภาคเทคโนโลยี การเงิน และ สินค้าฟุ่มเฟือยจะมีน้ำหนักรวมถึง 57.5% ของดัชนี S&P 500  โดยภาคเทคโนโลยีมีน้ำหนักเยอะที่สุดและมีสัดส่วนถึง 58% ในสามภาคนี้ หุ้นสิบอันดับแรกมีน้ำหนักรวม 56.6% ของดัชนี S&P 500 ดังนั้นการลงทุนในดัชนี S&P 500 ในช่วงเวลานี้มีซึ่งมีการกระจุกตัวจึงที่สูงไม่สามารถตอบโจทย์ด้านการกระจายความเสี่ยงได้อีกต่อไป ภาคเทคโนโลยีจะได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจาก 55% ของรายได้มาจากนอกสหรัฐอเมริกา หากประเทศอื่นๆตอบโต้นโยบายการค้าของทรัมป์ (retaliatory tariff) โดยเก็บภาษีการค้าหรือภาษีจากบริษัทสหรัฐฯหรือรวมทั้งกีดกันโดยวิธีการอื่น ๆ

______________________________________________________________________________________________________

 

 

หุ้นเล็กมีการกระจายความเสี่ยงที่ดี ได้ประโยชน์จากนโยบายทรัมป์ Russell 2000 – ได้รับประโยชน์จากหลายปัจจัย

 

 

ภาคใหญ่ที่สุดของดัชนี Russell 2000 คือภาคการเงินซึ่งมีสัดส่วน 19.3% และหากนับรวมสามภาคใหญ่ที่สุดรวมกันประกอบด้วย ภาคการเงิน อุตสาหกรรม และ การดูแลสุขภาพมีน้ำหนักรวม 52.2% ของดัชนี หุ้นภาคการเงินมีน้ำหนักเพียง 36.9% ในสามภาคนี้ โดยหุ้นสิบอันดับแรกมีน้ำหนักรวม เพียง 3.7% ของดัชนี Russell 2000  ดังนั้นดัชนี Russell 2000  มีความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของภาคส่วนและหุ้นรายตัวในระดับต่ำ บริษัทในดัชนี Russell 2000 มีรายได้นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ในสัดส่วนเพียง 20% เทียบ 42% สำหรับดัชนี S&P500 และมีหนี้ประเภทดอกเบี้ยลอยตัว (floating-rate debt) ในสัดส่วนที่สูงกว่าบริษัทในดัชนี S&P 500 ดังนั้นดัชนี Russell 2000 จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ที่คาดว่าจะลดลง 0.5%-0.75% ภายในปีนี้ส่งผลให้อัตราการเติบโต EPS ของหุ้นขนาดเล็กในปีนี้และปีหน้าเร่งตัวขึ้น  นอกเหนือจากนี้ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์การควบรวมกิจการสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นจากการผ่อนปรนกฎระเบียบ ส่งผลให้หุ้นขนาดเล็กสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม (fair value) ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

 

______________________________________________________________________________________________________

แนะนำทยอยซื้อกองทุนหุ้นเล็ก กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอสสมอลแคปพาสซีฟ (SCBRS2000) และ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท - สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ (ABAGS)  โดยลงทุนแบบผสมทั้งสองกองทุนสำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นขนาดเล็ก

 

SCBRS2000 มีความผันผวนมากกว่า ABAGS แต่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นแรงกว่าเมื่อหุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ (Passive Strategy)  

 

>> คลิกเพื่อดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวน

ABAGS มีความผันผวนต่ำกว่า มุ่งเน้นลงบริษัทคุณภาพ 49 บริษัท เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว (Active Strategy) 
 

>> คลิกเพื่อดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวน

 

 

นักลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำการลงทุน หรือ ขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

 

  • ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา
  • CIMB THAI Care Center โทร. 02 626 7777
  • LINE  Wealth & Preferred

 


คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน


______________________________________________________________________________________________________

 

เรียบเรียงบทความโดย

 

คุณอรุณ ปาวา (IP, FM, IA) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาทางการเงิน Investment Strategist ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)