Search
Back
เอกสิทธิ์สำหรับสมาชิก CIMB Preferred  
CIMB Rewards Program  
โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสำหรับคุณโดยเฉพาะ  
กิจกรรมและสัมมนา  
บริการ CIMB Preferred ผ่าน LINE OA CIMB Preferred  
ค้นหาระดับความเสี่ยงในการลงทุนของคุณ  
บริการทางการเงินและการลงทุน  
2025 Outlook  
มุมมองการลงทุนประจำเดือน  
กองทุนแนะนำ  
กองทุนรวม (Mutual Fund)  
มุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนรายไตรมาส  
Lifestyle  
หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง  
วางแผนทางการเงิน  
Weekly Wealth Insights  
ตลาดตราสารหนี้  
วิธีการเข้าร่วมเป็น CIMB Preferred  
ติดต่อเรา  
สาขาของเรา  
You're viewing:
Preferred Banking
Other Sites
logo
TH

UPDATE:  เศรษฐกิจยุโรปเริ่มฟื้นตัว จับตาโอกาสใหม่ของนักลงทุน  

 

ภาพรวมเศรษฐกิจ ฟื้นตัวแต่ยังเปราะบาง
 

เศรษฐกิจยุโรปยังเผชิญความท้าทาย แม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวบางประการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจของ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี จะเติบโตเฉลี่ยเพียง 0.4% ในปีนี้ และอาจขึ้นไปได้เพียง 1% ในปี 2026

ฝรั่งเศสเจอแรงกดดันหนักที่สุด รัฐบาลล่มเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมา เพราะขัดแย้งกันเรื่องการแก้ไขปัญหาขาดดุลการคลัง ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นจนเท่าอิตาลี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยุโรปใช้เงินยูโรในปี 1999 ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยกดดันจาก มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ สงครามยูเครน และการแข่งขันจากจีน
 

ปัจจัยหนุนการฟื้นตัว

 

1. เงินเฟ้อและดอกเบี้ย -> เงินเฟ้อยุโรปอยู่ที่ 2.1% (ส.ค.) ใกล้ระดับเป้าหมาย การลดดอกเบี้ยเริ่มส่งผลบวกต่อภาคก่อสร้าง

    และอาจกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่มี ค่าจ้างจริงสูงขึ้น

 

2. การใช้จ่ายภาครัฐ -> เยอรมนีและประเทศที่เคยเข้มงวดทางการคลังเริ่มเพิ่มงบกลาโหม อิตาลีและสเปนยังมี เงินกองทุน

    ฟื้นฟูหลังโควิด ที่ทยอยนำมาใช้ได้

 

3. การกระจายตลาดการค้า -> การส่งออกไปสหรัฐฯ และจีนหดตัว (−7% และ −9%) แต่คำสั่งซื้อจาก Mercosur

    (ลาตินอเมริกา) และ ตะวันออกกลาง โตขึ้นราว +10%

 

4. การสนับสนุนนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ -> EIB (ธนาคารเพื่อการลงทุนยุโรป) เตรียมลงทุน €70,000 ล้านในธุรกิจ

    เทคโนโลยีภายในปี 2027 บรรยากาศการลงทุน ตลาด VC แม้ชะลอเล็กน้อย แต่ความเชื่อมั่นนักลงทุนยังอยู่ในระดับดี

 

 

จับตาตลาดพันธบัตรในฝรั่งเศส

 

ฝรั่งเศสกำลังเผชิญต้นทุนการกู้ยืมสูงกว่าบริษัทภายในประเทศ แม้แต่สูงกว่ากรีซที่เคยผิดนัดชำระหนี้ในปี 2015 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสิบปีอยู่ที่ 3.5% ซึ่งสูงกว่าบริษัทฝรั่งเศสบางแห่ง เช่น LVMH และ L’Oréal นี่สะท้อนว่าตลาดมองว่ารัฐบาลฝรั่งเศสมีความเสี่ยงมากกว่าบริษัทข้ามชาติ แม้จะเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับเจ็ดของโลก

 

 

 

การกลับหัวครั้งใหญ่ของยุโรป กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้นักลงทุนหรือไม่
 

ความโดดเด่นของ “ประเทศรอบนอก” เป็นเรื่องใหม่ เพราะในอดีต ตลาดหุ้นแกนกลางยุโรปแม้ไม่หวือหวา แต่ยังดีกว่าประเทศรอบนอก เช่น ช่วงทศวรรษ 2010 นักลงทุนหุ้นเยอรมนีได้ผลตอบแทนจริงราว +40% ส่วนฝรั่งเศสและอังกฤษขาดทุนนิดหน่อย แต่ผู้ลงทุนในอิตาลี โปแลนด์ และสเปน สูญเงิน 40–50% ขณะที่กรีซเสียเกือบสามในสี่


ปัจจุบันสถานการณ์กลับตาลปัตร เยอรมนีถดถอยต่อเนื่อง อังกฤษและฝรั่งเศสแทบไม่โต ขณะที่กรีซและสเปนโต 2–3% ส่วนโปแลนด์ หลังเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับตลาดในปี 2023 หุ้นก็พุ่งแรงทันที สะท้อนว่าพลังการฟื้นตัวกำลังย้ายจากแกนกลางไปยังรอบนอกยุโรป
 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หุ้นอิตาลีพุ่งแรงแม้เศรษฐกิจจะซบเซาไม่ต่างจากประเทศแกนกลาง โดยหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดคือ Leonardo (+93%) ผู้ผลิตเครื่องบินรบที่ได้อานิสงส์จากงบกลาโหม ขณะที่หุ้นที่ตามมาติด ๆ (เติบโต 40–67%) ล้วนเป็นธนาคารหรือกลุ่มการเงิน ปัจจุบันหุ้นธนาคารมีสัดส่วนราว 40% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งในอิตาลีและกรีซ และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของผลตอบแทน


สิ่งนี้สะท้อนข้อสรุปเชิงบวกสำหรับ “ประเทศรอบนอก” เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารเคยเป็นจุดอ่อนใหญ่ของยุโรป ช่วงวิกฤตหนี้ยูโรโซน ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ทำให้เกิด “doom loop” เมื่อธนาคารถือพันธบัตรรัฐบาลมาก จึงถูกกดดันจนปล่อยกู้ได้น้อย เศรษฐกิจชะลอและการคลังยิ่งแย่ นักลงทุนก็หนีหุ้นธนาคารรอบนอกอย่างไม่ใยดี
 

แต่วันนี้ ธนาคารกลับกลายเป็น “ดาวเด่น” ดันตลาดหุ้นให้พุ่งแรง และเป็นสัญญาณว่า วันที่มืดมนที่สุดของยุโรปส่วนรอบนอกอาจผ่านพ้นไปแล้ว แม้จะน่าผิดหวังสำหรับประเทศแกนกลาง แต่ “การกลับหัวครั้งใหญ่” ของยุโรปก็ชี้ให้เห็นถึงโอกาสใหม่ที่ชัดเจน

 

ความเสี่ยงที่ยังคงอยู่

  • ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเพิ่มมาตรการภาษี

  • วิกฤตการเมืองฝรั่งเศสที่อาจบานปลาย

  • ความพยายามปฏิรูปโครงสร้างในยุโรปที่เสี่ยงหยุดชะงัก หากรัฐบาลกลางต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายขวาจัด

 

 

_________________________________________________________________________________________
 

 

Update ผลประกอบการ STOXX 600 Q2/2025 

 

บริษัท 283 แห่งรายงานกำไรแล้ว โดยมีจำนวน 50.5% ที่รายงานกำไรออกมาได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

 

  • กำไรรวมสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ประมาณ 5.5% 
  • ภาพรวมกำไรฟื้นตัวเล็กน้อย แต่มีความแตกต่างระหว่าง sector ชัดเจน บางกลุ่มเติบโตแรง บางกลุ่มลดลงมาก

 

คาดการณ์ Q2/2025 และทั้งปี

 

  • กำไรไตรมาส 2/2025 คาดโต +4.3% YoY (ไม่รวมกลุ่มพลังงาน +8.1%)
  • มีเพียง 4 กลุ่มจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตขึ้น ได้แก่ Technology, Healthcare, Financials และ Industrials 
  • คาดการณ์กลุ่มเทคโนโลยี โตสูงสุด +25.1% และ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคหมุนเวียน โตต่ำสุด −28.0% จากแรงกดดันจากยอดขายและต้นทุนที่สูงขึ้น
  • กำไรรวมทั้งปี 2025 คาดว่าจะ ลดลงประมาณ −2.3% YoY

 

_________________________________________________________________________________________


กองทุนที่น่าสนใจที่มีการลงทุนในยุโรป

 

กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน อิควิตี้ A (PRINCIPAL EUEQ-A)

 

  • กองทุนลงทุนในกองทุนหลักชื่อ Principal Global Investors Funds - European Equity Fund ซึ่งจดทะเบียนในไอร์แลนด์ 
  • กองทุนหลักลงทุนใน หุ้นบริษัทในยุโรปและยุโรปตะวันออก ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
  • กองทุนนี้มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทน ใกล้เคียงกับกองทุนหลัก กองทุนหลักบริหารแบบ Active Management มุ่งหวังผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด
  • กองทุนมีระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง)

 

>> คลิกเพื่อดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวน
 

_________________________________________________________________________________________


ลงทุนกองทุนรวมได้เลยวันนี้ ที่  CIMB THAI Application

 

นักลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำการลงทุน หรือ ขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

 

  • ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา
  • CIMB THAI Care Center โทร. 02 626 7777
  • LINE  Wealth & Preferred

 

คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีต/การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

 

_________________________________________________________________________________________

 

 

เรียบเรียงโดย Wealth Advisory by CIMB THAI Bank


ตรวจสอบข้อมูลโดย คุณจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ (IP, FM, IA) ผู้อำนวยการที่ปรึกษาทางการเงิน Investment Strategist ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)