หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 8 ครั้ง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน โดย ECB ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2025 เป็น 1.4% จากเดิม 1.2% และในปี 2026 เป็น 1.2% จากเดิม 1.0% ECB ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับเป็นกลาง (neutral) หลังจากอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงกลับมาใกล้ระดับ 2% ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.75% ซึ่งนับเป็นการปรับลดครั้งที่ 4 ในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 6 ของรอบวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงินรอบนี้ อย่างไรก็ดี ผลการลงมติเป็นไปอย่างสูสีโดยมีคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 เห็นชอบให้ปรับลดดอกเบี้ย สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการ ความเห็นที่แตกต่างดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรที่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 3% YoY ในเดือนพฤศจิกายน แม้จะชะลอลงจากเดือนตุลาคมก็ตาม ขณะที่ BOE คาดว่า GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 จะขยายตัว 0% ตลาดคาดว่า BOE อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง ครั้งละ 25bps ภายในรอบวัฏจักรนี้
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.75% ซึ่งเป็นระดับ สูงสุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีปรับตัวทะลุ 2% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999 อย่างไรก็ดี แม้จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ยังคงอยู่ในแดนลบอย่างชัดเจน Rengo ซึ่งเป็นกลุ่มสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เรียกร้องการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างน้อย 5% ในปี 2026 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เรียกร้องในปี 2025 และส่งผลให้เกิดการปรับขึ้นค่าจ้างครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 34 ปี ขณะเดียวกัน BOJ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2025 สู่กรอบ 0.6%–0.8% จากเดิม 0.5%–0.7% ฝั่งของจีน เศรษฐกิจขยายตัว 5.2%YoY ในช่วง 9 เดือนแรกของปี อย่างไรก็ดี การเติบโตในไตรมาส 3 ชะลอลงมาอยู่ที่ 4.8% จากแรงกดดันของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอลง สำหรับปี 2026 เป้าหมายการเติบโตของ GDP จีนคาดว่าจะทรงตัวใกล้ระดับ 5% ควบคู่กับการขาดดุลทางการคลังราว 4% ของ GDP เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและรับมือกับแรงกดดันด้านเงินฝืด
เศรษฐกิจอินเดียชะลอตัวลงสู่ระดับ 6.5% ในปีงบประมาณ 2025 (FY25) โดยมีสาเหตุหลักจาก การหดตัวของการใช้จ่ายภาครัฐ หลังจากที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 9.2% ในปี 2024 ด้านตลาดทุน ดัชนีหุ้นอ้างอิงของอินเดีย BSE Sensex ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล เล็กน้อย ขณะที่ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 125bps นับตั้งแต่ต้นปี 2025 แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ, เงินเฟ้อที่ชะลอลง และ มาตรการลดภาษีเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ โดยอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงต่ำกว่า 1% ทั้งในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับสูงราว 4–5% สะท้อนว่า RBI ยังมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ล่าสุด RBI ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีงบประมาณ 2026 ขึ้นอีก 0.5% สู่ระดับ 7.3% โดยได้รับแรงหนุนจาก นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และ การปฏิรูปด้านการคลัง ที่ช่วยเสริมโมเมนตัมทางเศรษฐกิจ
Executive Summary โดย
คุณอรุณ ปาวา, IP, FM, IA, ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาทางการเงิน
Investment Strategist ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)